เมืองอิตาลี

แนะนำ 15 เมืองอิตาลีน่าเที่ยว บรรยากาศดี ชมสถาปัตกรรมสวยงาม

อิตาลีเป็นดินแดนแห่งความฝันที่นักเดินทางทั่วโลกต่างอยากมาสัมผัสบรรยากาศด้วยตัวเอง ด้วยการผสมผสานสถาปัตยกรรมระดับมาสเตอร์พีซเข้ากับทัศนียภาพทางธรรมชาติที่สวยงามอย่างลงตัว เมืองอิตาลีโดดเด่นตั้งแต่ร่องรอยความยิ่งใหญ่ของจักรวรรดิโรมันไปจนถึงหมู่บ้านสีพาสเทลริมชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนียน บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับ 15 เมืองยอดฮิตที่รวบรวมเสน่ห์ของประวัติศาสตร์ ศิลปะ และไลฟ์สไตล์แบบอิตาเลียนแท้ ๆ ที่ไม่ควรพลาด


Key Takeaways

  • อิตาลีเต็มไปด้วยแลนด์มาร์กสำคัญระดับโลก ตั้งแต่โคลอสเซียมในกรุงโรม ไปจนถึงมหาวิหารดูโอโมแห่งมิลาน ช่วยให้คุณวางแผนการเที่ยวได้ครบทุกรสชาติทั้งประวัติศาสตร์ แฟชั่น และศิลปะ
  • เจาะลึกวัฒนธรรมอาหารในอิตาลี จากต้นกำเนิดทั้งพิซซ่าในเนเปิลส์ และพาสต้าสูตรดั้งเดิมที่โบโลญญา มอบประสบการณ์ให้นักกินได้ลิ้มรสชาติอาหารอิตาเลียนที่แท้จริง
  • แนะนำที่เที่ยวอิตาลี พิกัดถ่ายรูปยอดฮิตที่สายคอนเทนต์ต้องไม่พลาด ทุกเมืองมีเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นซึ่งจะทำให้การเดินทางครั้งนี้กลายเป็นความทรงจำที่ล้ำค่า

สารบัญบทความ


ทำความรู้จักประเทศอิตาลี

ประเทศอิตาลีตั้งอยู่ในทวีปยุโรปตอนใต้ มีภูมิประเทศหลากหลายตั้งแต่ชายฝั่งทะเลที่สวยงามไปจนถึงเทือกเขาแอลป์ที่กั้นพรมแดนหลายประเทศ เมืองอิตาลีที่สำคัญมีกระจัดกระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาค โดดเด่นเรื่องศิลปะ ประวัติศาสตร์ และสถาปัตยกรรมเก่าแก่ รวมถึงบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความโรแมนติก วิถีชีวิตของผู้คนและวัฒนธรรมอันโดดเด่น ทำให้บริษัททัวร์หลายแห่งต้องจัดทัวร์ยุโรปเพื่อมาเยี่ยมชมตลอดทั้งปี


แนะนำ 15 เมืองอิตาลีน่าเที่ยว ที่เที่ยวอิตาลีที่คุณไม่ควรพลาด

หากกำลังมองหาทัวร์ต่างประเทศ อิตาลีเป็นจุดหมายในฝันที่รวบรวมประวัติศาสตร์ ศิลปะ และธรรมชาติไว้ในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นทัวร์อิตาลีที่เมืองหลวงที่เต็มไปด้วยโบราณสถาน เมืองแฟชั่นระดับโลก หรือหมู่บ้านริมทะเลสุดโรแมนติก ทุกพิกัดล้วนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่น่าหลงใหล เตรียมแพลนเที่ยวให้พร้อมแล้วไปเช็กอิน 15 เมืองอิตาลีน่าเที่ยวที่คัดมาให้เน้น ๆ รับรองว่าสวยสะกดตาและประทับใจแน่นอน

1. โรม (Rome)

โรม อิตาลี

ทัวร์ยุโรป 5 ดาวที่กรุงโรม เมืองหลวงอิตาลี จุดหมายยอดนิยมที่สุด บรรยากาศเมืองคลาสสิกและมีชีวิตชีวาด้วยโบราณสถานอายุกว่าสองพันปี พิกัดห้ามพลาดคือ โคลอสเซียม (Colosseum) 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก และน้ำพุเทรวี (Trevi Fountain) ที่เชื่อว่าถ้าโยนเหรียญจะได้กลับมาอีกครั้ง นอกจากนี้ยังมีวิหารแพนธีอัน (Pantheon) และพิพิธภัณฑ์วาติกัน (Vatican Museums) แหล่งรวมงานศิลปะระดับโลก บรรยากาศของกรุงโรมคือการผสมผสานความยิ่งใหญ่ของจักรวรรดิโรมันเข้ากับไลฟ์สไตล์ทันสมัยได้อย่างลงตัว

2. มิลาน (Milan)

มิลาน อิตาลี

มิลานเป็นเมืองในอิตาลีที่เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและแฟชั่นระดับโลก บรรยากาศหรูหราสไตล์คนเมือง พิกัดซิกเนเจอร์คือมหาวิหารมิลาน (Milan Cathedral) สถาปัตยกรรมโกธิคสีขาวสุดอลังการ และห้างสรรพสินค้ากัลเลอเรีย วิตโตรีโย เอมานูเอเล II (Galleria Vittorio Emanuele II) ที่เก่าแก่และสวยงามที่สุด สายช้อปปิ้งต้องไม่พลาดร้านบูติกแบรนด์เนมชั้นนำ ส่วนสายอาร์ตต้องไปชมปราสาทสฟอร์เซสโก้ (Sforzesco Castle) อดีตป้อมปราการที่ปัจจุบันรวบรวมผลงานศิลปะชิ้นสำคัญของอิตาลีไว้มากมาย

3. ฟลอเรนซ์ (Florence)

ฟลอเรนซ์ อิตาลี

เมืองอิตาลีที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือฟลอเรนซ์ เมืองหลวงเก่าต้นกำเนิดยุคเรเนสซองส์ที่สายอาร์ตต้องเลิฟ ภูมิประเทศสวยงามด้วยแม่น้ำอาร์โน (Arno) ไหลผ่านกลางเมือง แลนด์มาร์กสำคัญคือมหาวิหารฟลอเรนซ์ (Cathedral of Santa Maria del Fiore) ที่มียอดโดมสีอิฐโดดเด่น และสะพานเวคคิโอ (Ponte Vecchio) สะพานเก่าแก่ที่เป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกสุดโรแมนติก ในย่านเมืองเก่าได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เต็มไปด้วยโบสถ์และพิพิธภัณฑ์ เช่น หอศิลป์อุฟฟีซี (The Uffizi Gallery) ที่รวบรวมผลงานศิลปินชื่อดังไว้มากมาย

4. เวนิส (Venice)

เวนิส อิตาลี

เวนิส (Venice) ที่เที่ยวในอิตาลี ฉายาเมืองแห่งสายน้ำที่สร้างขึ้นบนเกาะกลางทะเลสาบ บรรยากาศชวนฝันและปราศจากควันรถ เพราะเดินทางด้วยการเดินเท้าและเรือเท่านั้น กิจกรรมหลักคือการนั่งเรือกอนโดลา (Gondola) ลัดเลาะชมอาคารสีสันสดใสริมน้ำ พลาดไม่ได้กับจัตุรัสซานมาร์โก (Piazza San Macro) ศูนย์กลางเมืองที่ล้อมด้วยแลนด์มาร์กสำคัญ และสะพานริอัลโต (Ponte di Rialto) สะพานซุ้มโค้งข้ามคลองที่สวยที่สุด เป็นเมืองที่เหมาะกับการมาฮันนีมูนและเดินเล่นชิล ๆ ในตรอกซอกซอยสุดคลาสสิก

5. โตรเปอา (Tropea)

โตรเปอา อิตาลี

ไข่มุกแห่งทะเลติร์เรเนียนทางตอนใต้ ตั้งอยู่บนหน้าผาหินสูงชันที่มองเห็นน้ำทะเลสีฟ้าใสและหาดทรายขาวละเอียด บรรยากาศที่นี่อบอุ่นและมีเสน่ห์แบบเมืองเก่าริมทะเล พิกัดที่โด่งดังที่สุดคือโบสถ์ซานตัวริโอ ดิ ซานตา มาเรีย เดลล์อิโซลา (Santuario di Santa Maria dell’Isola) ตั้งอยู่บนโขดหินยื่นไปในทะเล บรรยากาศของเมืองเหมาะกับการพักผ่อน นั่งคาเฟ่ชมวิวหน้าผา และทานอาหารทะเลสด ๆ ท่ามกลางลมทะเลเมดิเตอร์เรเนียน

6. เวโรนา (Verona)

เวโรนา อิตาลี

เวโรนา (Verona) เมืองมรดกโลกริมแม่น้ำอาดิเจ สถานที่ท่องเที่ยวอิตาลีที่ได้ฉายาว่าลิตเติ้ล โรมัน (Little Roman) โดดเด่นด้วยการอนุรักษ์สถาปัตยกรรมสมัยโรมันไว้เป็นอย่างดี และเป็นบ้านเกิดของตำนานโรมิโอและจูเลียต พิกัดยอดฮิตคือบ้านของจูเลียต (Juliet’s House) ที่คนนิยมไปสัมผัสรูปหล่อเพื่อขอพรความรัก ต่อด้วยเวโรนา อารีนา (Verona Arena) อัฒจันทร์โบราณที่ยังใช้จัดแสดงโอเปร่า และสะพานหินปงเต ปิเอตรา (Ponte Pietra) จุดเช็กอินชมวิวแม่น้ำสุดคลาสสิก

7. ตูริน (Turin)

ตูริน อิตาลี

อดีตเมืองหลวงของอิตาลี โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์บารอกและถนนที่กว้างขวาง บรรยากาศสงบและหรูหรา มีเทือกเขาแอลป์เป็นฉากหลัง แลนด์มาร์กที่ต้องไปคือตึกอันโตเนลลีอานา (Mole Antonelliana) ที่มีหอคอยสูงชมวิวเมืองได้ 360 องศา และพิพิธภัณฑ์อียิปต์ (Museo Egizio) ที่รวบรวมโบราณวัตถุและมัมมี่ไว้มากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก นอกจากนี้ ตูรินยังขึ้นชื่อเรื่องช็อกโกแลตและคาเฟ่เก่าแก่ที่สายกินไม่ควรพลาด

8. โบโลญญา (Bologna)

โบโลญญา อิตาลี

โบโลญญา (Bologna) เมืองอิตาลีที่เป็นสวรรค์ของนักกินและเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยโบโลญญา (University of Bologna) ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ภูมิประเทศโดดเด่นด้วยอาคารอิฐสีแดงและทางเดินแบบพอร์ติโก (Portico) ที่ยาวต่อเนื่องจนเป็นมรดกโลก ใจกลางเมืองคือจัตุรัสมาจจอเร (Piazza Maggiore) และหอคอยคู่ (Le Due Torri) สัญลักษณ์ของเมือง อย่าลืมแวะตลาดเมอร์คาโต ดิ เมซโซ (Mercato di Mezzo) เพื่อลองพาสต้าและซอสรากูต้นตำรับที่อร่อยที่สุดในโลก

9. เนเปิลส์ (Naples)

เนเปิลส์ อิตาลี

เมืองอิตาลีทางใต้ที่มีสีสันและเป็นต้นกำเนิดของพิซซ่า บรรยากาศคึกคักและเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ พิกัดสำคัญคือภูเขาไฟวิสุเวียส (Mount Vesuvius) และเมืองปอมเปอี (Pompeii) ที่ตั้งอยู่ไม่ไกล ในตัวเมืองมีมหาวิหารเนเปิลส์ (Naples Cathedral) และย่านสปักกานาโปลี (Spaccanapoli) ถนนสายเก่าที่แบ่งเมืองเป็นสองซีก มู้ดของเมืองมีความดิบและจริงใจ พร้อมวิวอ่าวเนเปิลส์ (Gulf of Naples) ที่สวยสะกดตา

10. โบลซาโน (Bolzano)

โบลซาโน อิตาลี

เมืองอิตาลีที่ขึ้นชื่อว่าคุณภาพชีวิตดีที่สุดของประเทศ ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาและเทือกเขาแอลป์ บรรยากาศเรียบง่าย ผ่อนคลาย ผสมผสานวัฒนธรรมอิตาลีและออสเตรียเข้าด้วยกัน พิกัดที่ต้องไปคือจัตุรัสวอลเธอร์ (Waltherplatz) จุดนัดพบใจกลางเมือง และมหาวิหารโบลซาโน (Bolzano Cathedral) ที่มียอดหอคอยสูง ที่นี่เป็นประตูสู่เทือกเขาโดโลไมท์ เหมาะสำหรับสายรักธรรมชาติที่อยากเดินป่าหรือเล่นสกีในช่วงหน้าหนาว

11. คาตาเนีย (Catania)

คาตาเนีย อิตาลี

เมืองอิตาลีแสนสวยบนเกาะซิซิลีที่ตั้งอยู่เชิงภูเขาเอตนา (Etna) ภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นและสูงที่สุดในยุโรป ภูมิประเทศอุดมสมบูรณ์จนเป็นแหล่งผลิตไวน์ชั้นเลิศ ตัวเมืองโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมสีเทาดำจากหินภูเขาไฟ พิกัดแนะนำคือมหาวิหารคาตาเนีย (Cattedrale di Sant’Agata) และปราสาทเออร์ซิโน (Castello Ursino) อดีตป้อมปราการริมทะเล บรรยากาศของเมืองมีความขรึมแต่แฝงด้วยเสน่ห์ของตลาดปลาและวัฒนธรรมท้องถิ่นที่เข้มแข็ง

12. เซียน่า (Siena)

เซียน่า อิตาลี

เมืองอิตาลีบนเนินเขาในแคว้นทัสคานีที่รักษาไวบ์ยุคกลางไว้ได้อย่างสมบูรณ์ บรรยากาศอบอุ่นด้วยตึกสีส้มอิฐ พิกัดหลักคือจัตุรัสเปียซซา เดล กัมโป (Piazza del Campo) จัตุรัสรูปทรงพัดที่สวยที่สุดแห่งหนึ่ง และมหาวิหารเซียนา (Siena Cathedral) สถาปัตยกรรมโกธิคที่ตกแต่งด้วยหินอ่อนสีขาวดำสลับลายสุดประณีต เมืองนี้มีงานแข่งม้าพาลีโอที่ดึงดูดคนทั่วโลก เหมาะกับการเดินเล่นชมทุ่งหญ้าและไร่องุ่นรอบเมือง

13. โคโม (Como)

โคโม อิตาลี

เมืองพักตากอากาศสุดหรูริมทะเลสาบโคโม (Lake Como) ที่ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดในอิตาลี ภูมิประเทศโอบล้อมด้วยภูเขาและวิลล่าเก่าแก่ที่ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์ เช่น วิลล่าโอลโม (Villa Olmo) บรรยากาศของเมืองมีความหรูฟราและเงียบสงบ พิกัดที่ต้องเช็กอินคือมหาวิหารโคโม (Como Cathedral) สถาปัตยกรรมยุคเรเนสซองส์ที่สวยติดอันดับ การล่องเรือชมวิวหมู่บ้านต่าง ๆ รอบทะเลสาบคือไฮไลท์ที่ทำให้การเดินทางครั้งนี้สมบูรณ์แบบ

14. อมาลฟี (Amalfi)

อมาลฟี อิตาลี

อมาลฟีเป็นสถานที่ท่องเที่ยวในอิตาลีที่พลาดไม่ได้! ที่นี่เป็นเมืองมรดกโลกริมชายฝั่งที่โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมยุคกลางอย่างชายฝั่งอามาลฟี (Amalfi Coast) และบ้านเรือนสีพาสเทลที่ลดหลั่นตามเนินเขา บรรยากาศสดใสด้วยแสงแดดและกลิ่นเลมอนพืชเศรษฐกิจของเมือง พิกัดสำคัญคือมหาวิหารอมาลฟี (Amalfi Cathedral) ที่มีบันไดสูงตระหง่านและงานศิลปะแบบไบแซนไทน์ มาที่นี่ต้องลองชิมลิมอนเชลโลต้นตำรับและเดินเล่นริมหาดทรายขาว เป็นพิกัดที่รวมความสวยงามของภูเขาและทะเลเมดิเตอร์เรเนียนไว้ได้อย่างลงตัว

15. ปอซิตาโน (Positano)

ปอซิตาโน อิตาลี

สถานที่ท่องเที่ยวอิตาลีแห่งสุดท้ายที่จะมาแนะนำคือ ปอซิตาโน หมู่บ้านแนวตั้งบนหน้าผาที่เป็นภาพจำของชายฝั่งอมาลฟี บ้านเรือนสีสันสดใสเรียงตัวลงสู่ทะเลเป็นทัศนียภาพที่สวยเหมือนภาพวาด อารมณ์ของเมืองมีความชิค โรแมนติก และเป็นที่นิยมของเหล่าเซเลบริตี้ พิกัดที่ต้องไปคือหาดกรานเด (Spiaggia Grande) จุดถ่ายรูปยอดฮิตที่เห็นเมืองทั้งเมืองจากมุมกว้าง และโบสถ์ซานตามาเรีย อัสซุนตา (Church of Santa Maria Assunta) ที่มีโดมเซรามิกสีสวยเด่น เป็นพิกัดที่สายถ่ายรูปต้องมาเช็กอินให้ได้สักครั้ง


ทัวร์เมืองอิตาลี ตะลุยเที่ยว กิน สัมผัสวัฒนธรรมไปกับทัวร์จาก Elite Holiday

การเดินทางท่องเที่ยวตามเมืองอิตาลีต่าง ๆ คือการเปิดประสบการณ์ที่ครบรสชาติ ทั้งความตระการตาของสถาปัตยกรรมระดับโลก มนต์เสน่ห์ของเมืองเก่า และความสดใสของเมืองชายฝั่งทะเล ไม่ว่าจะเลือกเช็กอินพิกัดไหน ทุก ๆ ก้าวจะเต็มไปด้วยเรื่องราวที่ทำให้อยากกลับมาเยือนอีกครั้งแบบไม่รู้จบ

สัมผัสประสบการณ์การเดินทางเหนือระดับไปกับ Elite Holiday ที่จะพาคุณไปดื่มด่ำกับความงดงามของอิตาลีในมุมมองที่พิเศษกว่าใคร ด้วยการดูแลที่ประณีตและการปักหมุดพิกัดท่องเที่ยวที่คัดสรรมาอย่างดีที่สุด เพื่อให้ทัวร์ส่วนตัว และกรุ๊ปทัวร์ของคุณเต็มไปด้วยความสุขและการพักผ่อนที่แท้จริง มาร่วมสร้างความทรงจำสุดประทับใจในดินแดนเมดิเตอร์เรเนียนไปพร้อมกับเรา “อิลิท ฮอลิเดย์ ดูแล…กันและกัน”


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเมืองอิตาลี

เมืองในอิตาลี มีกี่เมือง

อิตาลีแบ่งการปกครองออกเป็น 20 แคว้น มีเมืองอิตาลีรวมกันกว่า 8,000 เมือง ซึ่งแต่ละเมืองจะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่น่าสนใจแตกต่างกันไป

เที่ยวอิตาลี เดือนไหนดี

ช่วงที่น่าเที่ยวอิตาลีที่สุดคือช่วงฤดูใบไม้ผลิ (เมษายน-มิถุนายน) และฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน-ตุลาคม) เพราะอากาศกำลังเย็นสบาย และธรรมชาติกำลังเปลี่ยนสีอย่างงดงาม

เที่ยวอิตาลี แต่งตัวแบบไหนดี

ควรแต่งตัวเน้นความคล่องตัวและถูกกาลเทศะ หากไปเที่ยวโบสถ์หรือวิหารควรสวมชุดสุภาพ อย่าลืมรองเท้าที่เดินสบายเพราะพื้นถนนในอิตาลีส่วนใหญ่เป็นหินโบราณ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *